: โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย... :

posted on 21 Feb 2008 08:35 by pingjian-z  in NewsPaper-Life

.

เพี๊ยะ !!!  ตบหน้าตัวเองซักที

ตกลงนี่จบ ม. 6 แล้วหรอ  o_O

ออกจะอึ้งๆ ปนใจหายเล็กๆ อยู่เลย

ทำไมเวลามันช่างผ่านไปไวเช่นนี้นะ

เมื่อครั้งอยู่ในอดีต เวลามันช่งดูผ่านไปช่าซะเหลือเกิน

แต่พอมายืนอยู่ตรงนี้ จึงได้รู้ว่า ทุกๆ อย่าง มันช่างหมุนผ่านเราไปไวกว่าที่เราคาดคิดเสอ

ตอนอยู่ ม.4 เคยคิดว่า เวลาช่วง ม. ต้น นั้น ผ่านไปเร็วจริงๆ

พออยู่ ม. 6 ก็คิดว่า เวลาช่วง ม. ปลายนั้น ผ่านไปไวกว่า ม. ต้นหลายเท่านัก

จนตอนนี้ ที่สอบปลายภาคเสร็จ ทำให้ได้รู้ว่า ช่วง ม. 6 

ผ่านไปไวจนเรายังไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าได้เคยเรียนชั้น ม. 6 มา

เวลาของเราจะหมุนเร็วขึ้นไปอีกเท่าไหร่นะต่อจากนี้

เราจะได้ใช้เวลาที่ผ่านมา และผ่านไปอย่างไม่ทันตั้งตัวนี้อย่างคุ้มค่ารึเปล่า

.

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

อย่าหมุนเร็วนักจะได้มั้ย...

เวลาที่รวดเร็วนั้น ทำให้ความทรงจำหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

ถ้ายังหมุนเร็วอยู่อย่างนี้... ฉันจะได้มีความทรงจำอีกต่อไปมั้ย...?

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

ช่วยหมุนช้าลงซักนิด ให้ฉันได้เก็บความทรงจำเอาไว้บ้างเถิดหนา

ให้ฉันได้หวนนึกถึงความหลัง แล้วนั่งอมยิ้มเป็นครั้งคราวก็ยังดี

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

ให้เวลาฉันได้คิดดูสักหน่อย... ว่าจริงๆ แล้ว เธอหมุนเร็วเกินไป

หรือฉันไม่ใส่ใจเธอเกินไป

จนเมื่อฉันกลับมาดูเธออีกครั้ง... เธอก็ไปไกลซะแล้ว

ทำให้ฉันคิดตำหนิเธอไป ว่าเธอเร็วเกินไปกว่าที่ฉันต้องการ...

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

เธอหมุนไปตามใจเธอเถิด...

ต่อจากนี้ ฉันจะตามเธอให้ทัน... ถ้ามีกำลังฉันจะวิ่ง

แต่ถ้าเหนื่อยฉันจะพัก... ให้เธอนำไปก่อน มองเธอผ่านไปอย่างปกติ

ไม่ตำหนิว่าเธออีกต่อไปแล้ว

เพราะฉันรู้ว่าถึงฉันจะช้าแค่ไหน... เธอก็จะยังให้โอกาสฉันตามเธอให้ทันเสมอ

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

ถึงแม้เราจะไม่ได้วิ่งไปพร้อมกัน

แต่ฉันรู้ว่าเธอจะรอฉันอยู่ตรงนั้น...

ตรงที่ลมหายใจฉันหมดไป... นั่นไง ตอนที่ฉันตามเธอทัน...

.

edit @ 21 Feb 2008 08:55:06 by Pingjian-Z

- สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๑ -

posted on 02 Jan 2008 23:15 by pingjian-z

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๑

( ปีนี้ไม่มีอะไรอลังการ รูปก็ไม่ได้ทำ ขี้เกียจ )

ปีใหม่นี้ ขอให้คนที่เข้ามาอ่านมีความสุข

ทั้งสุขกาย ทั้งสุขใจ

ทำการอะไรก็ไม่ผิดพลาด เป็นไปตามใจหวังทุกประการ

ขอให้สุขภาพแข็งแรง ตลอดปี 2551

( ถ้าอยากสุขภาพดีปี 2552 ก็เข้ามาอ่านใหม่ปีหน้า อวยพรปีต่อปี )

เจอหมาขอให้หมาไม่กัด  เจอรถขอให้รถไม่ชน

เจอคนขอให้คนไม่ด่า  เจอวาสนาขอให้ประดังเข้ามา

เจอผีบ้าขอให้เดินหนี  เจอผีขอให้บอกหวย

เจอเรื่องซวยๆ ก็ขอให้ผ่านไป  เจอปีใหม่ก็ขอให้โชคดีจ้า

( แต่งเองสดๆ นะเนี่ย 555+ )

เอาเป็นว่า  โชคดีๆ ในปีใหม่ล่ะกันน้า

สวัสดีปีใหม่จ้า

(^__^)

.

: ทางสายรุ้ง - Over The Rainbow :

posted on 05 Aug 2007 21:35 by pingjian-z  in HowDo-i-think
.
ทุกๆ ปี ที่เพชรบูรณ์...
พอเข้าหน้าฝนทีไรก็ได้เห็นฝนตกทุกวัน
เห็นสายฝนโปรยปรายเป็นละอองอ่อนๆ
มีเมฆสีเทาแผ่กระจายทั่วท้องฟ้า มาบังแสงอาทิตย์ไม่ให้เจิดจ้าเกินไป
ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า มองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นละอองฝนโปรยปราย
จนกระทั่งก่อนนอนก็ยังคงได้ยินเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคา เปาะแปะ
ในเช้าอีกวันที่ตื่นขึ้นมา ก็ยังคงเห็นละอองฝนที่ชุ่มฉ่ำอยู่เช่นเคย...
แต่ปีนี้...
ฝนทิ้งช่วงซะเหลือเกิน... ทำเอาหน้าฝนที่น่าจะชุ่มชื่น กลายเป็นหน้าร้อนที่อบอ้าวไป
นานๆ ครั้ง สายฝนที่รอคอยจึงจะตกสู่ผืนดินให้ชุ่มฉ่ำสักครา
ทุกๆ ปีในฤดูฝน สายฝนจะพรำๆ พร่ำตกทั้งวัน จนแสงแดดส่องไม่ถึงพื้นดิน
แต่ก็ได้รับสายลมอ่อนๆ ที่ชุ่มชื่นมาแทน
ฤดูฝนปีนี้ ถึงฝนจะตกไม่บ่อยนัก จนอยากจะโทษฟ้า...
ก็ยังมีอะไรดีๆ ให้เห็น
หน้าฝนปีนี้ ฝนตกไม่กี่ครั้ง แต่ได้เห็นรุ้งอยู่บ่อยไป
นานเท่าไหร่แล้วนะ... ที่ไม่ได้เห็นสายรุ้งทาบทอลงบนแผ่นฟ้านี้
.......
นานมากแล้วล่ะ
นานจนเกือบลืมไปเลยว่า... สายรุ้งเป็นยังไง
นานจนเกือบลืมไปเลยว่า... การได้มองดูสายรุ้ง ทำให้มีความสุขได้มากมายขนาดนี้
วันนี้... ก็เป็นหนึ่งในวันไม่กี่วันที่ฝนตก
ตกก็ตกประเดี๋ยวประด๋าว นานไม่เกิน 2 ชั่วโมง
ตกลงมาตอนบ่ายแก่ๆ จนจะถึงเวลาเย็นแล้ว
แต่แสงแดดยังคงพร่าท้องฟ้า
เมื่อสายฝนโปรยปรายลงมา สายรุ้งก็ทาบทอ
เพราะไม่ได้เห็นรุ้งมานานรึเปล่านะ...พอได้เห็นทีไร ก็ยิ้มกว้างขึ้นมาทันที
สุดท้าย เลยตัดสินใจตามสายรุ้งไปในที่โล่ง เพื่อจะได้มองเห็นได้ถนัดตา
ถนนคอนกรีตนอกเมือง ที่มีทุ่งนาเขียวขจีขนาบทั้ง 2 ข้าง
เพราะเป็นฤดูฝน ชาวนาเลยเพิ่งจะลงกล้าข้าวใหม่
เป็นภาพที่ชวนให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ
เบื้องหลังยังคงเป็นสายรุ้ง
เมื่อหาที่ดีๆ อยู่ห่างไกลตึกสูง สิ่งปลูกสร้างที่มาบดบังสายรุ้งแล้ว
ก็หยุด...มองดู...
สายรุ้งที่ทาบอยู่บนฟ้า จากปลายรุ้งทางฝั่งซ้าย ไปสู่ปลายรุ้งฝั่งขวา
เห็นสุดเส้นสายรุ้งทั้งสอง อยู่ในสายตาเพียงทั้ง 2ข้าง
เห็นสายรุ้งทั้งสาย จากปลายฟ้า โค้งลงสู่ผืนนาที่เขียวขจี
หลังจากเฝ้ามองดูสายรุ้งจนอิ่มเอมใจ
ก็ขับรถกลับ แต่คราวนี้... เป็นการขับรถเข้าไปสู่ประตูสายรุ้ง ไม่ได้มีสายรุ้งอยู่เบื่องหลังอย่างคราวมา
ถนนคอนกรีตธรรมดาๆ เพียงแต่มีสายรุ้งทั้งสายที่โค้งลงครอบถนน และแผ่นฟ้าอยู่ตรงหน้า
ตรงไปบนถนนสายนี้ ดูราวกับว่า กำลังตรงไปยังอีกโลกหนึ่ง
ราวกับทางสายนี้ เป็นทางแห่งสายรุ้งสู่ความสุข
.....
เมื่อกลับเข้ามาสู่บริเวณสิ่งปลูกสร้างนั้น
ไม่ใช่ว่าจะมองไม่เห็นสายรุ้ง
รุ้งยังคงอยู่...
ทาบทอจากตึกฝั่งหนึ่ง มายังอีกฝั่งบนผืนฟ้า
เพียงแค่ว่า จะมีใครสังเกตเห็นบ้างรึเปล่าก็เท่านั้น
สายรุ้งที่อยู่หนือหัวเราไป
เพียงแหงนหน้าขึ้นอีกไม่กี่เซนต์
อาจจะทำให้ใครซักคน... ยิ้มได้บ้าง