NewsPaper-Life

: T-T-T-TAG (ช้าไปหน่อย - -*) :

posted on 10 Jan 2007 19:40 by pingjian-z  in NewsPaper-Life

อานะ... ก็เห็นกันอานะ ว่าเค้ามี TAG ระบาดกันไปทั่ว ไอ้เราก็อยากได้มั่งอ่ะ นั้นน้อยใจอยู่นาน

หารู้มั้ยว่า เพื่อนมานส่งมาให้ตั้งนานแล้ว เหอๆๆ ( อย่างบ้าอ่ะ 55+ )

เอาเป็นว่า จะเปิดเผยความลับล่ะนะ... ( เอาเฉพาะที่ไม่ค่อยมีคนรู้ล่ะกันนะ )

1) เริ่มด้วยเรื่องชอบๆและเกลียดๆ

- ชอบให้คนชมอ่ะ

- ชอบผู้ชายขาสวยอ่ะ ( 555+ ชอบจิงๆ นะ แบบว่า ขาสวย ไม่มีขนหน้าแข่งอะไรเงี้ยอ่ะ ช้อบชอบ )

- ชอบผู้ชายมือสวยชอบผู้ชายคอสวยอ่ะ ( รู้สึกว่ามันเซ็กซี่ดี 5555+ )

- ชอบผู้ชายนิสัยกวนตีนๆ

- ชอบผมตัวเองมากกกกกก

- เกลียดคนที่ชอบทำเป็นรู้ใจคนอื่นอ่ะ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ตัวมันเองซักหน่อย

- เกลียดการที่ต้องพูดปากเปื่อยปากแฉะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม

- เกลียดคนที่เห็นความรัก เป็นเรื่องโลกแตก

- เกลียดคนร้องไห้ ( โดยเฉพาะพวกที่ร้องไห้ให้กับแฟน )

- เกลียดคนที่ไม่รู้จักรักตัวเอง และครอบครัว

2) ว่าด้วยเรื่องความอยาก

- อยากมีแฟน ( 555+ )

- อยากมีพี่ชายหล่อๆ

- อยากมีพี่สาว

- อยากเป็นลูกคนสุดท้อง

- อยากมีชื่อเล่นชื่ออื่นอ่ะ

3) ว่าด้วยเรื่องที่จะร้องไห้ให้...

- เรื่องในหลวง

- เรื่องครอบครัว

- เรื่องเพื่อน

- หนัง ละคร หนังสือ

- ความเจ็บ ( ทางร่างกายเท่านั้นนะ เจ็บใจ ปวดใจ ม่ะเกี่ยว )

4) ความคิดที่มองตัวเอง ( ซึ่งไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ) คือ คิดว่าตัวเอง

- ปากหมา

- ใจร้อน

- ใจเย็น

- กวนตีน

- ประสาท

- ชอบคนง่าย

- เกลียดคนง่าย

- โผงผาง สถุน ถ่อย เถื่อน ( กูรู้... )

- เวลาพูดอะไรออกไป นั่นคือ เค้าหมายความว่าอย่างนั้นจิงๆ ไม่ต้องคิดว่าเค้าประชด หรือโกหกนะ อย่างเวลาเค้าบอกว่า ไม่เป็นไร ก็คือ ไม่เป็นไรจิงๆ เข้าใจกูหน่อยนะ

5) สุดท้าย คือ เรื่องที่อยากบอก

- รักอาป๊า อาม้า ที่สุดในโลก

- เฮียกิต ไอ้กราฟ กูรักพวกมึงนะ เจ๊เอื้อม เจ๊ทิพย์ เจ๊มาส อี๊บ๊วย อี๊เจ็ง อี๊อิม และญาติๆ อีกหลายๆ คน

- รักเพื่อนๆ ทุกคนนะ ทั้งเบ่เบ๋ ( เธอคือผู้ที่ส่ง TAG มาให้ ) นังยล ชัยวัฒน์ ปัญจรัฐ ตี๋เต่า เจ๊โหด ไอ้โม ไอ้ส้ม แนน แวน ณิก หน่อย จรูญ ไอ้นุ ไอ้อาร์ต ไอ้เกมส์ คาวบอยด์ ไอ้ติ๊ก วิรินทร์ กฤษณ์ ไอ้อิ้นท์ ไอ้เอิ้น เตเต้ ไอ้ปาล์ม ไอ้มิ้นท์ และอื่นๆ อี

- รักบ้านตัวเองจัง ( ก็อยู่มาตั้งแต่เกิดอ่ะ เหอๆๆ )

- กวาง เค้ารักกวางนะ ( 555555+ )

- เคยชอบคนอื่นเค้ามา 6 คนแล้วมั้งนะ

ม. 1 >>> เพื่อน

ม. 2 >>> รุ่นพี่ ที่เรียนจบไปแล้ว

ม. 3 >>> เพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่ไม่ค่อยสนิท

ม. 4 >>> อาจารย์ ( 555+ )

ม. 5 >>> รุ่นพี่ ก่ะคนที่คุยด้วยตอนเนี่ย

เอาเป็นว่าที่ไปชอบเค้ามาเนี่ย มีแต่แอบชอบทั้งนั้น เจ้าคัวเค้าไม่รู้กันหรอก

ยกเว้นคนที่คุยด้วยตอนเนี่ย เป็นผู้ชายคนแรก ที่หลุดเข้ามาในชีวิต เหอๆๆ อานะ

 

: วันตรุษจีน 2007 :

posted on 17 Feb 2007 01:35 by pingjian-z  in NewsPaper-Life

 

 

" เกียฮ่อซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ "

 

วั น ต รุ ษ จี น

 

 

- - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

บอกไปหยกๆ ว่าจะไม่อัพบล็อกจนกว่าจะสอบเสร็จ แต่เนื่องจากว่าด้วยวาระอันดี เนื่องในวันตรุษจีนนี้

 

เลยอัพเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต 555+ ( บ้านข้าพเจ้าก็คนไทยเชื้อสายจีนนา เหอๆๆ )

 

และแน่นอน!!! ก่อนวันตรุษจีนก็ต้องทำความสะอาดบ้านให้เอี่ยมอ่อง วันนี้ก็เลยโดดเรียนอยู่ทำความสะอาดบ้าน

 

( ชั่วได้ใจ 555+ ) ทำความสะอาดตั้งแต่ 11 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น เอาซะเหนื่อย หน้ามันแผล็บเลย ฝุ่นโคตรเยอะ จามเป็นหมาโดนกระปุกพริกไทยยัดรูจมูก พอทำความสะอาดเสร็จก็อาบน้ำ แล้วก็ออกไปกินหมูกระทะกับเพื่อนซึ่งนานๆ พวกมานจะกลับมาบ้านเกิดเมืองนอนซะที ( หัดสำนึกรักบ้านเกิดมั่งซี่ )

 

แล้ววันศุกร์ที่ผ่านมานี้ก็เป็นวันพระด้วย ก็เลยใส่บาตรตอนเช้าด้วย รู้สึกดีจัง

 

อ่ะๆๆ มาต่อๆ กันเรื่องวันตรุษจีนต่อ

 

หลังจากกินหมูกระทะกับพื่อนกลุ่มนี้เสร็จ ก็ออกไปไหว้ศาลเจ้าที่โรงเรียนต่อก่ะเพื่อนอีกกลุ่มนึง

 

จากนั้นก็กลับบ้านมาทำความสะอาดต่อจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง แล้วก็อาบน้ำไปเตรียมของไหว้เจ้าตอน 5 ทุ่ม

 

ไปไหว้ 2 แห่ง ก็คือ ศาลเจ้าแม่ริมน้ำ แล้วก็ศาลเจ้าพ่อกกไทร เจอชาวไทยเชื้อสายจีนที่คุ้นหน้าคุ้นตามากมาย เจอเพื่อน อาทิเช่น พี่ร้านธาณินทร์ ( หล่อ ) , 4 พี่น้อง อาหารตาร้านนิว, พี่ร้านนาทีทอง ( น่าร้ากกกก ) , พี่เคียง

 

แต่น่าเสียดายที่ม่ะเจอซอจัง TwT

 

พอไหว้เสร็จก็กลับบ้านมาอัพบล็อกนี่แล เด่วจาไปนอนเลี้ยว เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นไหว้เตี่ยจู้ที่บ้านแต่เช้า

 

คิดว่าเอาแต่เรื่องตัวเองมาเล่าคงจะไร้สาระเกินไป เลยเอาความรู้เกี่ยวกับวัน "ตรุษจีน" มาเผยแพร่จ้า....

 

ใครอ่านจนจบขอให้เฮงๆ ตลอดปี คิดเงินได้ทอง คิดทองได้เงิน

 

ประกอบกิจการงานใดก็ให้สำเร็จดังเป้าหมาย คิดอะไรก็ให้สมดังปราถนา

 

มีความสุขมากๆ น้า... ^0^/

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

 

 

การไหว้ตรุษจีนจะนิยมเรียกกันว่า "วันชิวอิด" แปลว่า วันที่ 1 มีความน่าสนใจตรงที่ว่า คนจีนจะไหว้ "ไช้ซิ้งเอี๊ย" หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ"ในเวลากลางดึก เมื่อเวลาย่างเข้าวันตรุษหรือวันชิงอิดไช้ แปลว่า โชคซิ้ง และเอี๊ย แปลว่า เจ้า

 

นอกจากนี้เวลาไหว้ยังมีฤกษ์ยาม และทิศที่จะตั้งโต๊ะไหว้ ยังเป็นทิศ และเวลาเฉพาะในแต่ละปี เพื่อความเป็นสิริมงคล ของไหว้จะไหว้ง่ายๆ ด้วยส้ม และโหงวเส็กทึ้งกับนำชา ส้ม คนจีนเรียกว่า กา หรือ "ไต้กิก" แปลว่า โชคดี เพื่ออวยพรให้ลูกหลานโชคดี และใช้ให้เป็นของขวัญ...นำโชคมามอบให้แก่กันโหงวเส็กทึ้ง แปลว่า ขนม 5 สี ได้แก่ ถั่วตัด งาตัด ข้าวพอง ถั่วเคลือบน้ำตาล และฟักเชื่อม บางทีก็เรียกว่า "ขนมจันอับ" หรือ "แต่เหลียง" บางบ้านมีการไหว้อาหารเจแห้ง ให้แก่บรรพบุรุษด้วย บางบ้านนิยมเปิดไฟไว้ที่ศาลเจ้าที่ "ตี่จู่เอี๊ย" เพื่อรอรับวันที่เจ้าที่จะเสด็จกลับลงมาจากสวรรค์ในวันที่ 4 เดือน 1 ของจีน

 

ในวันตรุษจีน หรือวันชิวอิด ในหมู่คนจีนจะทราบกันว่า นี่คือ "วันถือ" ถือที่จะทำในสิ่งที่ดี และไม่ทำในสิ่งที่ไม่ดี ใส่เสื้อผ้าชุดใหม่สวยงาม ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดแต่ "หออ่วย" แปลว่า คำดีๆ ไม่อารมณ์เสียหงุดหงิด ไม่ทำงานหนัก เพื่อที่ว่าตลอดปีจะได้ไม่ต้องทำงานหนักนัก ไม่กวาดบ้าน เพราะอาจปัดสิ่งดีๆ มีมงคลออกไป แล้วกวาดความไม่ดีเข้ามา เริ่มต้นเช้าวันตรุษ คนในบ้านก็จะทักทายกันด้วยคำอวยพร "ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้" หมายถึง เวลาใหม่ให้สมใจ ปีใหม่ให้สมปรารถนา

 

การไหว้เจ้า เป็นธรรมเนียมประเพณีที่ลูกหลานจีนปฏิบัติสืบทอดกันมา ตามความเชื่อที่จะต้องไหว้เจ้าที่ และไหว้บรรพบุรุษเพื่อให้เป็นสิริมงคล และนำมาซึ่งความสุขความเจริญแก่ครอบครัว ในปีหนึ่งจะมีการไหว้เจ้า 8 ครั้ง คือ

 

- ไหว้ครั้งแรกของปี ไหว้เดือน 1 วันที่ 1 คือ ตรุษจีน เรียกว่า ง่วงตั้งโจ่ย
- ไหว้ครั้งที่สอง ไหว้เดือน 1 วันที่ 15 เรียกว่า ง่วงเซียวโจ่ย
- ไหว้ครั้งที่สาม ไหว้เดือน 3 วันที่ 4 เรียกว่า ไหว้เช็งเม้ง เป็นประเพณีที่ลูกหลานไปไหว้บรรพบุรุษที่ฮวงซุ้ย
- ไหว้ครั้งที่สี่ ไหว้เดือน 5 วันที่ 5 เรียกว่า โหงวเหว่ยโจ่ย เป็นเทศกาลไหว้ขนมจ้าง
- ไหว้ครั้งที่ห้า ไหว้เดือน 7 วันที่ 15 คือ ไหว้สารทจีนเรียกว่า ตงง้วงโจ่ย
- ไหว้ครั้งที่หก ไหว้เดือน 8 วันที่ 15 เรียกว่า ตงชิวโจ่ย ที่คนทั่วไปรู้จักกันดีว่า ไหว้พระจันทร์
- ไหว้ครั้งที่เจ็ด ไหว้เดือน 11 ไม่กำหนดวันแน่นอน เรียกว่า ไหว้ตังโจ่ย
- ไหว้ครั้งที่แปด ไหว้เดือน 12 วันสิ้นปี เรียกว่า ไหว้สิ้นปี หรือ ก๊วยนี้โจ่ย

 

ประเพณีการไหว้เจ้าทั้ง 8 ครั้งนี้ มีคำจีนเฉพาะเรียกว่า โป๊ยโจ่ย โป๊ย คือ 8 โจ่ย แปลว่า เทศกาล โป๊ยโจ่ย จึงหมายความว่า การไหว้เจ้า 8 เทศกาล ซึ่งนอกจากการไหว้เจ้า 8 เทศกาลนี้แล้ว บางบ้านอาจมีวันไหว้พิเศษกับเจ้าบางองค์ที่นับถือศรัทธา คือ

 

ไหว้เทพยดาฟ้าดิน เช่น การไหว้วันเกิดเทพยดาฟ้าดิน เรียกว่า ทีกงแซ หรือ ทีตี่แซ ก็ได้ ตรงกับวันที่ 9 เดือน 1 ของจีน
ไหว้อาเนี้ยแซ คือ ไหว้วันเกิดเจ้าแม่กวนอิม ปีหนึ่งมี 3 ครั้ง คือ วันที่ 19 เดือน 2, วันที่ 19 เดือน 6 และวันที่ 19 เดือน 9
ไหว้แป๊ะกงแซ ตรงกับวันที่ 14 เดือน 3
ไหว้เทพยดาผืนดิน คือ ไหว้โท้วตี่ซิ้ง ตรงกับวันที่ 29 เดือน 3
ไหว้อาพั้ว อาพั้ว คือ พ่อซื้อแม่ซื้อผู้คุ้มครองเด็ก วันเกิดอาพั้ว หรือ อาพั้วแซ ตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี
ไหว้เจ้าเตา ไหว้วันที่ 24 เดือน 12 เรียกว่า ไหว้เจ๊าซิ้ง
การไหว้เจ้าพิเศษนี้ แล้วแต่ศรัทธาของแต่ละบ้านและแล้วแต่ความจำเป็น เช่น ถ้าที่บ้านไม่มีเด็ก ก็ไม่จำเป็นต้องไปไหว้อาพั้ว หรือถ้าที่บ้านไม่ได้ทำนาทำไร่ก็ไม่มีที่ และไม่มีความจำเป็นต้องไหว้โท้วตี่วิ้ง หรือเทพยดาผืนดิน

 

เมื่อพูดถึงการไหว้เจ้า จะหมายถึงการไหว้เจ้าที่กับไหว้บรรพบุรุษ เครื่องเซ่นสำหรับไหว้เจ้าที่จะจัดเป็น 1 ชุด
เครื่องเซ่นสำหรับบรรพบุรุษจะจัดเป็นอีกชุดต่างหาก การไหว้จะไหว้ในตอนเช้า โดยไหว้เจ้าที่ก่อน พอสายหน่อยจึงจะตั้งโต๊ะไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งของไหว้จะมีของคาว ของหวาน ผลไม้ และเครื่องดื่ม โดยมีกับข้าวคาวเพิ่มเข้ามาสำหรับการไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งมีธรรมเนียมว่าต้องให้มีของน้ำ 1 อย่าง เช่น แกงจืด

การจัดของไหว้

 

ถ้าจัดใหญ่ นิยมเป็นตัวเลข 5 คือ มีของคาว 5 อย่าง เรียกว่า โหงวแซ ประกอบด้วย หมู ไก่ ตับ ปลา และกุ้งมังกร แต่เนื่องจากกุ้งมังกรนั้นแพง และหาไม่ง่าย จึงนิยมไหว้เป็ดหรือปลาหมึกแห้งแทน ของหวาน 5 อย่าง เรียกว่า โหงวเปี้ย อาจเป็นซาลาเปาไส้หวาน ขนมไข่ ขนมถ้วยฟู ขนมกุยช่าย และขนมจันอับ ผลไม้ 5 อย่าง เรียกว่า โหงวก้วย
ถ้าจัดเล็ก ก็เป็นชุดละ 3 อย่าง มีของคาว 3 อย่างเรียกว่า ซาแซ ของหวาน 3 อย่าง เรียกว่า ซาเปี้ย ผลไม้ 3 อย่าง เรียกว่า ซาก้วย หรือจะมีแค่อย่างเดียวก็ได้

 

ผลไม้ที่ใช้ไหว้ จะนิยมเลือกชนิดที่มีอะไรที่เป็นมงคลอยู่ในตัว

 

ส้ม เรียกว่า ไต้กิก แปลว่า โชคดี
องุ่น เรียกว่า พู่ท้อ แปลว่า งอกงาม
สับปะรด เรียกว่า อั้งไล้ แปลว่า มีโชคมาหา
กล้วย มีความหมายถึงการมีลูกหลานสืบสกุล
ที่ในกระถางธูปที่ใช้ไหว้เจ้า บางคนนิยมใส่ โหงวจี้ สำหรับปักธูป ประกอบด้วย เมล็ด 5 อย่าง คือ ข้าวสาร ข้าวเหนียว ถั่วเขียว ถั่วดำ และเชื้อแป้ง (ยีสต์) โดยถือว่าเมล็ดทั้งห้า คือบ่อเกิดของการเจริญเติบโตอุปมาอุปไมยให้การไหว้เจ้านี้นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง

 

แต่การใช้โหงวจี้ปักธูป มีข้อจำกัดว่าใช้ได้แต่ในบ้าน ถ้าเป็นการไหว้นอกบ้าน ต้องใช้ข้าวสารหรือทราย มิฉะนั้นเชื้อแป้งเมื่อถูกความชื้น เช่น ฝนหรือน้ำค้าง จะทำให้แข็งตัวแล้วปักธูปไม่ลง

 

เมื่อไหว้เจ้าเสร็จก็เผากระดาษเงินกระดาษทองเป็นการปิดท้ายรายการ

 

 

สัญลักษณ์อีกอย่างของเทศกาลนี้ คือ อั่งเปา (ซองแดง) คือ ซองแดงใส่เงินที่ผู้ใหญ่แล้วจะมอบให้ผู้น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง หรือ หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ที่มาคือในสมัยก่อน เหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็กๆ เด็กๆ ก็จะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว

 

 

ในเทศกาลนี้ ชาวจีนจะกล่าวคำ ห่ออ่วย หรอคำอวยพรภาษาจีนให้กัน หรือมีการติดห่ออ่วยไว้ตามสถานที่ต่างๆ คำที่นิยมใช้กันได้แก่

 

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ แปลว่า ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่

 

แปลว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ร่ำรวยๆ

 

อีกฝ่ายก็จะกล่าวตอบว่า ตั่งตังยู่อี่ แปลว่า ขอให้สุขสมหวังเช่นกัน

 

 

 

: โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย... :

posted on 21 Feb 2008 08:35 by pingjian-z  in NewsPaper-Life

.

เพี๊ยะ !!!  ตบหน้าตัวเองซักที

ตกลงนี่จบ ม. 6 แล้วหรอ  o_O

ออกจะอึ้งๆ ปนใจหายเล็กๆ อยู่เลย

ทำไมเวลามันช่างผ่านไปไวเช่นนี้นะ

เมื่อครั้งอยู่ในอดีต เวลามันช่งดูผ่านไปช่าซะเหลือเกิน

แต่พอมายืนอยู่ตรงนี้ จึงได้รู้ว่า ทุกๆ อย่าง มันช่างหมุนผ่านเราไปไวกว่าที่เราคาดคิดเสอ

ตอนอยู่ ม.4 เคยคิดว่า เวลาช่วง ม. ต้น นั้น ผ่านไปเร็วจริงๆ

พออยู่ ม. 6 ก็คิดว่า เวลาช่วง ม. ปลายนั้น ผ่านไปไวกว่า ม. ต้นหลายเท่านัก

จนตอนนี้ ที่สอบปลายภาคเสร็จ ทำให้ได้รู้ว่า ช่วง ม. 6 

ผ่านไปไวจนเรายังไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าได้เคยเรียนชั้น ม. 6 มา

เวลาของเราจะหมุนเร็วขึ้นไปอีกเท่าไหร่นะต่อจากนี้

เราจะได้ใช้เวลาที่ผ่านมา และผ่านไปอย่างไม่ทันตั้งตัวนี้อย่างคุ้มค่ารึเปล่า

.

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

อย่าหมุนเร็วนักจะได้มั้ย...

เวลาที่รวดเร็วนั้น ทำให้ความทรงจำหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

ถ้ายังหมุนเร็วอยู่อย่างนี้... ฉันจะได้มีความทรงจำอีกต่อไปมั้ย...?

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

ช่วยหมุนช้าลงซักนิด ให้ฉันได้เก็บความทรงจำเอาไว้บ้างเถิดหนา

ให้ฉันได้หวนนึกถึงความหลัง แล้วนั่งอมยิ้มเป็นครั้งคราวก็ยังดี

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

ให้เวลาฉันได้คิดดูสักหน่อย... ว่าจริงๆ แล้ว เธอหมุนเร็วเกินไป

หรือฉันไม่ใส่ใจเธอเกินไป

จนเมื่อฉันกลับมาดูเธออีกครั้ง... เธอก็ไปไกลซะแล้ว

ทำให้ฉันคิดตำหนิเธอไป ว่าเธอเร็วเกินไปกว่าที่ฉันต้องการ...

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

เธอหมุนไปตามใจเธอเถิด...

ต่อจากนี้ ฉันจะตามเธอให้ทัน... ถ้ามีกำลังฉันจะวิ่ง

แต่ถ้าเหนื่อยฉันจะพัก... ให้เธอนำไปก่อน มองเธอผ่านไปอย่างปกติ

ไม่ตำหนิว่าเธออีกต่อไปแล้ว

เพราะฉันรู้ว่าถึงฉันจะช้าแค่ไหน... เธอก็จะยังให้โอกาสฉันตามเธอให้ทันเสมอ

โลกจ๋า... เวลาเอ๋ย...

ถึงแม้เราจะไม่ได้วิ่งไปพร้อมกัน

แต่ฉันรู้ว่าเธอจะรอฉันอยู่ตรงนั้น...

ตรงที่ลมหายใจฉันหมดไป... นั่นไง ตอนที่ฉันตามเธอทัน...

.

edit @ 21 Feb 2008 08:55:06 by Pingjian-Z