JustArticle

บทเรียนจากเรื่องเล่า

posted on 01 Sep 2006 02:03 by pingjian-z  in JustArticle

1 . บทเรียนสำคัญบทแรก - คนทำความสะอาด

เมื่อครั้งที่ฉันเข้าเรียนในวิทยาลัยได้สองเดือน อาจารย์ให้พวกเราทำแบบทดสอบอันหนึ่ง ฉันเป็นนักเรียนที่ตั้งใจเรียน จึงตอบคำถามได้อย่างสบาย จนมาถึงคำถามสุดท้าย"สุภาพสตรีที่เป็นคนทำความสะอาดโรงเรียนชื่อว่าอะไร?"ต้องเป็นเรื่องตลกอะไรสักอย่างแน่ ฉันเคยเจอคนทำความสะอาดหลายครั้ง เธอเป็นคนตัวสูง ผมดำ และอายุกว่า 50 แต่ฉันจะรู้ชื่อเธอได้อย่างไร? ฉันส่งกระดาษคำตอบ โดยไม่ได้ตอบข้อสุดท้าย ก่อนหมดคาบเรียน นักศึกษาคนหนึ่งถามว่า คำถามข้อสุดท้ายจะถูกคิดรวมในคะแนนของผลการเรียนด้วยหรือไม่"แน่นอน" อาจารย์ตอบ "เมื่อเธอเข้าทำงาน เธอจะต้องพบกับคนมากมาย ซึ่งทุกคนมีความสำคัญพอ ที่สมควรจะได้รับความสนใจและเอาใจใส่ >>แม้ว่าพวกเธอจะทำได้แค่เพียงยิ้มให้และกล่าวสวัสดีก็ตาม"ฉันไม่เคยลืมบทเรียนนั้นเลย และได้รู้ว่าชื่อของสตรีคนนั้นคือ โดโรธี

2. บทเรียนสำคัญที่สอง - รับคนกลางฝน

คืนหนึ่ง เวลา 23:30 น. สตรีสูงอายุเชื้อสายแอฟริกันคนหนึ่ง ยืนอยู่ริมทางหลวง สายอลาบามาพยายามต้านฝนที่ตกหนักอยู่ รถของเธอเสีย และเธอต้องการเดินทางต่อไปอย่างมาก แม้จะเปียกโชกเธอตัดสินใจโบกรถคันที่วิ่งผ่านมา ชายหนุ่มผิวขาวผู้หนึ่งหยุดรถเพื่อช่วยเหลือเธอ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ในยุคที่มีความขัดแย้ง เรื่องการเหยียดผิวอย่างทศวรรษที่ 60 ชายหนุ่มช่วยเหลือให้เธอได้รับความปลอดภัยและส่งเธอขึ้น รถแท๊กซี่แม้ว่าเธอจะเร่งรีบมาก แต่ก็ขอบคุณเขา และจดที่อยู่ของเขาไปด้วยเจ็ดวันหลังจากนั้น ก็มีชายคนหนึ่งมาเคาะประตูบ้านของเขาด้วยความประหลาดใจ โทรทัศน์สีจอยักษ์เครื่องหนึ่งถูกนำมาส่งยังบ้านของเขาและมีข้อ ความแนบมาด้วยใจความว่า "ขอบพระคุณมากสำหรับความช่วยเหลือบนทางหลวงในคืนนั้นฝนไม่ได้ชะแต่เพียงเสื้อผ้าของฉันเท่านั้น แต่ชะเอากำลังใจของฉันไปด้วยแต่เมื่อคุณผ่านมา เป็นเพราะคุณฉันจึงสามารถไปทันดูใจสามีที่กำลังจะเสียชีวิตทันเวลาก่อนที่เขาจะสิ้นลมพอดี ขอพระเจ้าอวยพรคุณ สำหรับการช่วยฉันและการช่วยเหลือผู้อื่น อย่างไม่เห็นแก่ตัวของคุณ"ด้วยความจริงใจ นาง แนท คิง โคล

3. บทเรียนสำคัญที่สาม - ระลึกถึงคนที่ให้บริการเสมอ

ในสมัยที่ไอศครีมซันเดยังมีราคาถูกอยู่มาก เด็กชายอายุสิบขวบคนหนึ่งเข้าไปในคอฟฟี่ชอปของโรงแรมแห่งหนึ่งแล้วนั่งที่โต๊ะเมื่อพนักงานเสริฟวางแก้วน้ำลงตรงหน้า เด็กชายก็ถามว่า "ไอศครีมซันเดราคาเท่าใหร่ครับ?" "ห้าสิบเซ็นต์" พนักงานเสริฟสาวตอบ แล้วเด็กชายก็ดึงมือออกจากกระเป๋า แล้วก็นับเ หรียญในมือ "งั้น ไอศครีมเปล่าๆล่ะครับราคาเท่าใหร่?" เด็กชายถามอีกตอนนี้เริ่มมีคนรอโต๊ะมากขึ้นและพนักงานเสริฟสาวก็เริ่มจะหมด ความอดทน"สามสิบห้าเซ็นต์" เธอตอบห้วนๆ เด็กชายนับเหรียญในมืออีกครั้ง"ผมขอไอศครีมเปล่าครับ" เด็กชายบอกแล้วพนักงานเสริฟสาวก็เอาไอศครีมมาให้ เอาใบเสร็จมาให้แล้วก็เดินหนีไปเด็กชายทานไอศครีมหมดแล้ว ก็จ่ายเงินแล้วก็จากไปเมื่อพนักงานเสริฟเดินกลับมาเธอก็เริ่มร้องไห้เมื่อเธอเช็ดโต๊ะบนโต๊ะนั้น มีเหรียญนิกเกิลราคาห้าเซ็นต์สองเหรียญและเหรียญเพนนีอีกห้าเหรียญวางอยู่อย่างบรรจงข้างจานเปล่านั้นเห็นไหมว่า เด็กชายไม่ทานไอศครีมซันเดเพราะเขาต้องเหลือเงินไว้ทิปพนักงานเสริฟสาวคนนั้น

4. บทเรียนสำคัญที่สี่ - สิ่งที่กีดขวางทางของเรา

ในยุคโบราณ มีหินผาตกลงมาขวางถนนเส้นหนึ่ง เมื่อพระราชามาพบเข้าจึงซ่อนพระองค์อยู่ เพื่อคอยดูว่าจะมีใครมาเอาหินใหญ่ก้อนนั้นออกไปจากทางเมื่อเสนาบดีในราชสำนักของพระองค์และพ่อค้าผู้ร่ำรวยผ่านมาก็เพียงแต่อ้อมหินผาก้อนใหญ่นั้นไปพวกเขากล่าวตำหนิพระราชาต่างๆนานา ที่พระองค์ไม่ใส่พระทัยที่จะดูแลทางนั้นให้ดี แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรที่จะเอาหินนั้นออกไปให้พ้นทางจนกระทั่งชาวบ้านคนหนึ่งแบกผักกองใหญ่ผ่านมา เมื่อเขาเดินมาถึงหินผานั้น เขาก็วางสัมภาระลง แล้วพยายามที่จะขยับก้อนหินนั้นให้พ้นทาง หลังจากทั้งผลักทั้งดึงหินก้อนนั้น ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จเมื่อเขาหยิบสัมภาระของเขาขึ้นมา เขาก็เห็นถุงเงินวางอยู่ตรงจุดที่ก้อนหินผาเคยอยู่ ในถุงนั้นมีเหรียญทองและจดหมายจากพระราชา เขียนไว้ว่า "ทองในถุงนั้นเป็นของผู้ที่เอาหินผาออกไปจากถนน" ชาวบ้านคนนั้นได้รู้สิ่งที่เราไม่เคยได้รู้ทุกๆอุปสรรคที่กีดขวางทางนั้น จะมอบโอกาสที่เราจะดีขึ้นให้กับเรา

5. บทเรียนสำคัญที่ห้า - ให้เมื่อมีค่า

หลายปีมาแล้วเมื่อฉันไปทำงานเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งฉันได้รู้จักกับเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อ ลิซ ซึ่งป่วยเป็นโรคร้ายที่มีน้อยคนที่จะเป็น โอกาสที่เธอจะหายจากโรคนี้ได้คือต้องทำการถ่ายเลือดจากน้องชายอายุห้าขวบของเธอผู้ซึ่งรอดจากโรคร้ายนี้ได้อย่างปาฏิหารย์ จึงทำให้เขาร่างกายเขาสร้างภูมิคุ้มกันโรคร้ายนี้ขึ้นมา หมออธิบายสถานการณ์ให้น้องชายของเธอฟัง และถามเด็กชายว่า เขาต้องการจะให้เลือดของเขาแก่พี่สาวหรือไม่ฉันเห็นเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วพูดว่า"ได้ครับ หากมันช่วยพี่สาวผมได้" เมื่อทำการถ่ายเลือด เขานอนยิ้มอยู่ที่เตียงข้างๆพี่สาว ในขณะที่เราเริ่มจะเห็นสีสันคืนสู้แก้มของเธอ หน้าของเด็กชายก็เริ่มซีดและรอยยิ้มก็จางหายไปเด็กชายมองไปที่หมอและถามด้วยเสียงสั่นเครือ"ผมกำลังจะตายใช่ไหม?" ด้วยความเป็นเด็ก เขาเข้าใจหมอผิดไปเด็กชายคิดว่าเขาต้องให้เลือดทั้งหมดของเขาให้แก่พี่สาวเพื่อช่วยชีวิตเธอ

คุณ ยังจำได้ไหม?

posted on 01 Sep 2006 02:12 by pingjian-z  in JustArticle

1.คุณเป็นรุ่นสุดท้ายที่เล่น อิมอญซ่อนผ้า กระโดดยาง เป่ากับ หรือ ป่าว

2. คุณเกิดมาร้องเพลง ดอกไม้ให้คุณ (ขอมอบดอกไม้ในสวนนี้เพื่อมวลประชา) ได้ทันในยุคพี่แจ้ และวงนกแล และหนำซ้ำเมื่อเติบโตขึ้นอายุของคุณก้อยังไม่แก่เกินที่จะฟัง D2B

3.คุณได้เห็นคาราบาวได้ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคเฟื่องฟู ยุคเสื่อมถอย

4.คุณมีโอกาสได้เห็น ก๊อต จักรพรรณ์ อาบครบุรี ยังร้องเพลงสตริงวัยรุ่น

5.คุณเกิดมาทันพอดี ในยุคที่รองเท้า ถุงเท้านักเรียน ใช้แลกซื้อของเล่นหลอกเด็กได้

6.คุณโชคดีที่เกิดมาทันในยุคที่เมืองไทยมีดาราเด็กชื่อ ตูมตาม เพราะสามารถนำความน่ารักมาเปรียบกับน้องพลับ ได้

7.คุณโตมาพร้อมกับ โงกุน ดราก้อนบอล และคงไม่มีไคร ไม่รู้จัก พลังคลื่นเต่า(ขี้เต่า)แน่ๆ

8.สุดยอดแห่งการ์ตูนตอนนั้น เซ็นเซย่า เจ็ทแมน เกียบัน ชาลีบัน ซึบาสะ ไอ้มดแดง อุลตร้าแมน เซเลอร์มูน รันม่า มันก็มาเข้าฉานตอนเราอยู่ อนุบาล หรือ ประถม แล้ว พอ มัทธยมมันก้อ คอยๆหายไป

9.คุณเกิดมาทันเกมกด วีดีโอเกม คอนทร้า มาริโอ เกมรถถัง แต่คุณก้อไม่แก่เกินไปที่จะเล่น เกมเพล์ และ ทามาก๊อตจิ ขึ้นๆลงๆซ้าย ขวา เอบี ซีแลค สตาร์ท สูตร 30ตัวของ คอนท้รา คงจำกันได้นะ ส่วน มาริโอ ก็เก็บเห็ดอย่างเดียว และยังเกมส์รถถังอีก

10. ในช่วงวัยรุ่นคุณโตมาพร้อมกับ อาร์ เอส และคุณยังได้เห็นตำนานร็อค หรั่ง หินเหล็กไฟ เสือ อิทธิ ไฮร็อค ล่มสลายไปต่อหน้าต่อหน้า หลังการเข้ามาของ เต๋า ทัช บอยสเก๊าท์ นั้นยุคทองของ RS จิงๆ แต่สมัยนี้ ห้ามเอาของ RS เข้าบ้าน มันไม่แนว

11.หนังไทยก้อทำตามวัยนะมีทั้ง น้ำเต้าหู้กับครูระเบียบ กระโปรงบานขาสั้น โลกทั้งใบให้นายคนเดียว และหนังชุดอย่าง ปอบหยิบ ที่มีหลายภาคเหลือเกิน พอโตมาหน่อยก็มีหนังอย่าง โอเนกาทีฟ จักรยานสีแดง แล้วที่ทำมาถูกไจโจ๋ยุคนี้จริงๆ แฟนฉัน

12.คุณได้ซึมซับอารม บรรยากาศ การเข้าฉายหนังครั้งแรก ของสุดยอดหนังหน้าตื่นตาตื่นใจ เช่น Terminater2 , Jurasic park , Speed เร็วกว่านรก

13.ในสมัยนั้น ไม่มีอะไร ฮิตเท่า School (สกอลล์) ใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง

14.คุณเกิดมาทันดู ลิเวอร์พูล ยุคล่าอนานิคม ยุค 80 และตกเป็นเมืองขึ้นยุค 90ถึงปัจจุบัน

15.ตอนมัธยม ต้องเล่น บาสเก็ตบอล สมัยนั้นมี ชิคาโก้บูล ร็อตแมน โอนีล และการ์ตูน สแลมดังค์ คุณไม่ได้บ้าเพราะอยากโชว์สาว

16.สมัยนั้นมีหมากฝรั่งบุหรี่ด้วย และก้อ หมากฝรั่งนกแก้ว (หวานมากๆๆๆ)

17.มีเรียนพระพุทธศาสนา ทุกวันอาทิตย์ด้วย

18.คุณได้มีโอกาสดู ดาวพระศุกร์ สายโลหิต ในเวอร์ชั่น กบ สุวนันท์ กับ ศรรามหรือเรื่องมนต์รักลูกทุ่งเวอร์ชั่นแรกที่เป็นละคร

19.คุณได้ดูเจ้าขุนทอง เมื่อ 10 ปีที่แล้วมันเป็นไง ปัจจุบันก็เหมือนเดิมไม่แก่ขึ้นเลยอ่ะ น่าแปลกเน๊อะ

20.คุณได้เห็นสมัยที่ฟุตบอลไทยเป็น DREAM TEAM จนปัจจุบันก้อ ฝันค้าง ฝันเท่าไหร่ก็ไม่ได้ไปบอลโลก

21.ยังจำความบันเทิงสมัยดู 3 หนุ่ม 3 มุม กบ แท่ง มอส กันได้ใช่มั้ยล่ะ

22.อุปกรณ์สื่อสาร ต้องนี้เลย Paclink 1145 ใช้ส่งข้อความเป็นอะไรที่ฮิตมาก

23.เราทันยุคเฟื่องฟูสุดขีดของ วงไมโคร และพี่หนุ่ย อำพล ลำพูน ยังตะโกนว่า ขอมือขวาหน่อยคร๊าบบบ

24. เราทันยุคที่ทาทายัง ยัง้ป็นเด็ก ทันฟังโจอี้บอยร้องเพลงกากีนั้ง

25.แผ่นCD ยังราคา 250 บาท ทั้งแกรมมี่ และ RS

26.เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ฉายแล้ว ฉายอีก ไม่รู้ทำไม เจ้าพ่อมันออกลูกดกเหลือเกิน ดนตรีเปิดตัวก้อเพลงเดิม ท่าเดินก้อท่าเดิม เทห์จัง

27.หนังจีนมักจะเล่นไพ่ มีเทคนิกการโกงเยอะ พระเอก ตอนแรกจะโง่ก่อน พอตอนหลัง จะเป็นเซียน

28หนังจีนทุกเรื่องต้องมีประโยคนี้ ใครฆ่าท่านพ่อ ท่านแม่ / แก้แค้น10ปีก็ไม่หาย / บุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำละ / ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ / ข้าน้อยสมควรตาย / ก่อนตาย จะต้องร้อง โอ้ว (หายไจไม่ออก) และยังยืดเยื้อไปได้อีกหลายซีน

29.ทำบัตรประชาชน ต้องได้ใบเหลือง อีก3เดือนมารับ และที่สำคัญ รูปที่บัตร ใช้รูปตรูหรอว่ะ

30.สมัยนั้นไม่มีหรอกรายการ ถึงลูกถึงคน มีแต่ รายการ ฝันที่เป็นจริง รายการ มาตามนัด ดาวล้านดวง และสี่ทุ่มสแควร์ก่อนจะมาเป็นตี 10

31.ถ้าพูดถึงนักมวยต้อง เขาทราย แกแลคซี่ ดูทีไรชนะน๊อคทุกที

32.เราอ่ะ ได้ดูมังกรหยก ทุกภาค ทุกเวอร์ชั่นทั้งจอแก้ว และ จอเงิน ด้วย รวมทั้งเปาบุ้นจิ้นด้วย

33.เราได้กินไอติมแท่งตราจรวดแถวบ้าน และมีไอติม ถั่วดำเผือก ตราหมีแพนด้าด้วย มีไอติมแบบตัดด้วย

34.เราได้เรียนกับ มานี มานะ ปิติ ชูใจ วีระ เพชร จันทร์ เจ้าแก่ สีเทา ด้วยล่ะ

35.เราได้ดูอิคคิวซังตั้งแต่เด็กจนโต ใช้หมอง นั่งมาทิ

36.เราทันได้อ่าน ศรีธนญชัยกับความเจ้าเล่ห์ ของเขา

37.เราดูหนังจักรๆ วงค์ๆ ทั้งช่อง 3 และ 7 ขวานฟ้าหน้าดำ สังข์ทอง เกาะเพชร 7 สี

38.เราได้ดู ขวัญเรียม บ้านทรายทอง แหวนทองเหลือง ผยอง ปริศนา คู่กรรม

39.เราเล่นเกมบอย ตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก จนปัจจุบัน อันเล็กกระจิ๋วเดียว

ปรัชญาจีน

posted on 08 Sep 2006 08:19 by pingjian-z  in JustArticle

* โลกกลมๆใบนี้ ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี (ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก)
* อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง
* คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย
* ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือสีดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ (เติ้งเสี่ยวผิง)
* ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น
* ในโลกนี้ ไม่มีคำว่าแน่นอน
* ความปรารถนาอย่างแรงกล้า นั่นหละคือเหตุผล
* คนเราเมื่อม้าตาย ก็ต้องลงเดิน
* ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้ แต่อย่าริษยา พักได้ แต่อย่าหยุด
* เหตุผลของคนๆนึง อาจไม่ใช่เหตุผลของคนอีกคนหนึ่ง
* ถ้าคุณไม่ลองก้าว จะไม่รู้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร
* ปัญหาทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น
* น้ำใจส่วนน้ำใจ เหตุผลส่วนเหตุผล
* หนทางยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ
* เราจะเห็นค่าของความอบอุ่น ก็ต่อเมื่อเราผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
* อันตรายที่สุดสำหรับชีวิตคนเรา คือการคาดหวัง
* อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่
* ยินดีกับสิ่งที่ได้มา ยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
* หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใส
* หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหาเล็กนิดเดียว
* ไม่เป็นขุนนางหนะได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้
* มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง
* เมื่อวานก็สายเกินแก้ พรุ่งนี้ก็สายเกินไป
* อย่าหวังจะได้รับความรักจากคนที่คุณรัก เพราะคนที่คุณรัก ไม่ได้รักคุณหมดทุกคน