Pingjian-Z View my profile

.
 
เกรียน คำที่ผุดโผล่มานานแล้วในสังคมวัยรุ่นไทย แผ่ขยายวงกว้างมาจากเกมส์ออนไลน์
 
หาต้นสายปลายเหตุไม่เจอ...
 
ไม่พบจุดเริ่มต้นที่แน่ชัด... แต่ที่หนักยิ่งกว่า คือไม่สามารถหาปลายที่สิ้นสุดได้...
 
คำว่าเกรียน และการกระทำที่เราทราบกันว่าเกรียน (คงไม่ต้องจำกัดความ คงจะทราบกันอยู่แล้ว)
 
...ความเกรียนแผ่ขยายกลายเป็นพฤติกรรมประจำโลกสังคมออนไลน์ทุกวันนี้
 
ไม่รู้เมื่อไหร่ แต่กลายเป็สิ่งที่มีอยู่ไปในทุก page ทุก blog ทุก board ทุกกระทู้
 
ที่สาธารณะ หรือกึ่งสาธารณะก็ตามที
 
จากความที่คนไทยกล้าแสดงออกมากขึ้น แต่การไตร่ตรองลดลง
 
อารมณ์ความรู้สึกที่มากขึ้น แต่เหตุผลที่น้อยลง
 
เพราะในโลก www. แห่งนี้ มีที่ให้แสดงตัวตน โดยไม่ต้องติดตามผลที่ตามมา
 
เหมือนกับเหตุฆาตกรรมครั้งหนึ่งที่ผู้ต้องหาให้การว่า แต่ก่อนมียิงเป้าเลยไม่กล้าทำ
 
พอเปลี่ยนมาเป็นลงโทษประหารโดยการฉีดยาจึงกล้าทำ และเกิดเหตุให้มีคนตายขึ้น
 
สิ่งที่เกิดขึ้นอินเตอร์เนตทุกวันนี้ อาจไม่ได้รุนแรงเลวร้างอย่างเหตุการณ์ตัวอย่าง
 
แต่รู้สึกไหมว่ามีอะไรบางอย่างคลับคล้ายคลับคลา... ถึงแม้ว่าจะแค่ลางๆ
 
.
 
โลกออนไล์ 3G wifi ไร้ขอบเขต ...เราแสดงออกมากขึ้น แต่กลับเกิดประโยชน์น้อยลง
 
เห็นได้ชัดจากประเด็นดราม่าหลายๆ ประเด็น (หรือเกือบทั้งหมดก็ว่าได้)
 
คอมเม้นท์ยาวยืด แสดงความรู้สึกของใครหลายคน กลับเป็นเพียงขยะทางอารมณ์ในโลกออนไลน์
 
แต่ก็เป็นชนวนเชื้อเพลิงชั้นดี ให้มีคอมเม้นท์ต่อๆ ไป
 
...จนบางทีก็ลืมไปว่า หัวข้อที่เข้ามาอ่านคือเรื่องอะไร ?
 
.
 
อย่างนั้นแล้ว ประโยชน์ของการมาแสดงความเห็นต่อว่า ความเห็นที่ xx คืออะไรกัน ?
 
เพราะตัวเธอนั้นเองก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนความเห็น หรือความคิดของตัวเอง
 
จะบรรเลงความเห็นผ่านตัวอักษรสักเท่าไหร่ จะมีใครอื่นสักกี่คนที่หยุดฟัง
 
...และเปลี่ยนความคิดของเขานั้นตามเธอ
 
.
 
สุดท้าย ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกรียน ไม่เคยคอมเม้นท์ต่อว่า ตอบโต้ใคร
 
แต่สุดท้ายมาลองดู จะรู้ว่าไม่เกิดประโยชน์
 
เข้าใจว่าบางทีอารมณ์มันก็มาก่อน
 
แต่อยากให้ทุกคนไต่ตรองสักนิด ก่อนจะคลิกพิมพ์อะไรลงไป
 
ถึงจะไม่เห็นด้วย (อย่างมาก) ...แต่บางอย่างทำลงไป เปลืองอารมณ์โดยไม่เกิดผลอะไร
 
ได้แค่ความสะใจไม่เกิน 3 วัน แล้วสุดท้ายก็ไม่มีใครจำมันได้ ...แม้แต่ตัวเอง
 
แต่เชื้อยังอยู่ มีคนมาเป็นฟืนเป็นไฟสร้างเชื้อต่อไป
 
อ้าว... แล้วก็ลืมไปอีกแล้วว่า เข้ามาอ่านหน้านี้ด้วยเรื่องอะไร
 
...???
 
เพื่ออะไรเนี่ยยยยยยยยย !!!???
 
.

เกรียน หมายความว่า? by ไร้สาระนุกรม

edit @ 15 Dec 2011 00:51:18 by Pingjian-Z

เพิ่งประจักษ์กับตัวเองวันนี้เองว่า
 
เข้าใจผิดมาตลอดกับคำว่า "รู้สึกผิด" กับ "การยอมรับผิด"
 
เคยเข้าใจว่ามันเหมือนๆ กัน แต่ความจริงแล้ว ...มันต่างกันมากเลย
 
การรู้สึกผิด คือการที่เราไปทำหรือไม่ได้ทำอะไรสักอย่างลงไป แล้วกลับมาคิดได้ว่า
 
โอ้ยยยย ไม่น่าเลย ทำไมถึงทำอย่างนั้น ทำไมถึงทำอย่างนี้
 
คนนู้น คนนี้ คงรู้สึกไม่ดีแน่เลย ไอ้นู่นไอ้นี่ที่มันไม่ดีต้องเกิดตามมาแน่เลย
 
พะวง วิ่งวนหางตัวเองอยู่อย่างนั้น ดูว่าหางที่เป็นแผลเป็นยังไงบ้าง
 
แต่การยอมรับผิด เป็นการที่เราทำอะไรสักอย่างลงไป
 
แล้วเราก็กลับมาคิดได้เหมือนกันว่า ที่ผ่านมาที่ทำลงไป มันผิดนี่หว่า
 
อืมมมม.... รู้แล้วว่าหางมีแผล รู้ด้วยว่าแผลใหญ่ เล็ก น่าเกลียดน่ากลัวขนาดไหน
 
ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาวิ่งวนเป็นวงกลมเพื่อดูหางตัวเองอีก
 
แต่นั่งลง แล้วก็คิด... คิดว่าจะทำยังไงดีให้หางนี้หายเป็นแผล
 
มีวิธีทางไหนบ้างนะที่จะทำให้มันหายที แทนที่สิ่งผิดพลาดที่ได้ทำลงไป
 
ก็เหมือนกับหลายๆ เรื่องในชีวิต
 
เราไม่มีทางคิดได้ทันทีหรอกว่า เราผิด
 
และก็ไม่ง่ายหรอกที่จะยอมรับว่าเราผิด จริงๆ ในทันที
 
เวลาส่วนใหญ่เลยมักเสียไปกับคำว่า "รู้สึกผิด"
 
...ต่อตัวเองบ้าง ต่อคนอื่นบ้าง
 
แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คิดได้
 
(มันต้องเป็นคำนี้จริงๆ นะ คำว่าคิดได้เนี่ย เหมือนวัยรุ่นใจแตกกลับใจได้ ฮา)
 
เมื่อคำว่ารู้สึกผิด กลายเป็นการยอมรับผิด
 
ตัวเราจะยอมรับสิ่งนั้น ตัวคนอื่นที่เราคิดไปเองว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรก็จะยอมรับสิ่งนั้น
 
ยอมรับ "การรับผิด"  การที่เราเข้าใจว่าตัวเองผิดอย่างแท้จริง
 
แล้วการวิ่งวนหางก็จะจบ
 
เหนื่อยใจน้อยลง...
 
แต่คงเหนื่อยกาย เหนื่อยความคิดมากขึ้นกับการแก้ไขสิ่งที่ผิดนั้น
 
...หากตัวเรายอมรับผิดได้แล้วจริง
 
เราจะรู้สึกอยากแก้ไขมัน แม้ว่ามันจะเหนื่อยก็ตาม
 
ปล. เพิ่งคิดได้
 
 
 
 
 

มี กับ ไม่มี

posted on 29 Nov 2011 23:09 by pingjian-z in HowDo-i-think
"มี" กับ "ไม่มี" ต่างกันอย่างไร?
 
 
มุมมองของคนมี แม้เล็กน้อยก็จะทะนุถนอมสิ่งที่มีไว้อย่างดี
 
มุมมองของคนไม่มี แม้มากมายก็ยังขวนขวายไม่หยุดหย่อน
 
มากมายไม่เคยเห็นค่า กับเล็กน้อยคุณค่ามหาศาล
 
ต่างกันแค่... มุมมอง
 
ชื่อเสียง เงินทอง สิ่งของ อำนาจ ความสวยงาม ความรู้ หรือแม้แต่ความรัก
 
คนเรามักมองแค่ว่า มี กับ ไม่มี ... ไม่ใช่จำเป็น หรือไม่จำเป็น
 
เรื่องเงินทอง ชื่อเสียง อำนาจ คนพูดกันเยอะแล้วว่าให้รู้จักพอกันบ้าง
 
ของนอกกาย... ก็รู้ๆ กันอยู่ พูดไปก็เรื่องเดิม ซ้ำเดิม จนแทบจะกลายเป็นบทเรียน ก ข ค ไปแล้ว
 
แต่เชื่อเถอะ... ก็เหมือนเรื่องเรียนนั่นล่ะ เรียนไปใช่ว่าจะทำได้ (จริงไหม?) ยังไงก็คงมีลืมกันบ้าง
 
แต่บางอย่าง อย่างเช่นความรัก ที่เรามักอาจจะลืมไป
 
เคยลองถามตัวเองไหม ว่าเราเป็นคน มี หรือ ไม่มี ในเรื่องนี้กัน
 
ถ้าหากมี ก็จะรู้ว่ามีอยู่ที่ใคร ไม่ต้องไปค้นหา ไม่ต้องไปขวนขวายอยากได้มา
 
หากยังตามหาอยู่ ...อาจเพราะว่าในบางทีคงลืมไป ว่ามีความรักนั้นอยู่ที่ไหนสักแห่ง
 
สักแห่งที่ไม่ต้องออกตามหา สักแห่งที่ตัวเรารู้ดีว่าอยู่ที่ไหน แต่แค่ลืมไปว่าความรักอยู่ที่นั่น

ลองใช้เวลาสักเล็กคิดดูสักหน่อยไหมว่า
 
ความรักที่ว่าอยู่ที่ไหนกัน...?
 
ความรักที่ว่าอยู่กับใครกัน...?
 
.
 
.
 
.
 
สำหรับฉันตอนนี้
 
มีคำตอบแล้ว
 
.
 
.
 
ใครหลายคน ความรักมีที่พ่อแม่ ที่คนรัก ที่เพื่อนซี้ ที่งาน ที่ท้องฟ้า ที่ต้นหญ้า หรือว่าแม้แต่ดวงดาว
 
อะไรก็ตามแต่... แค่รู้ว่า "มี" อยู่ที่ไหนสักแห่ง และแค่นึกจำขึ้นมาได้...
 
เราอาจจะไม่ต้องเหนื่อยตามหา
 
เราอาจจะไม่ต้องเสียเวลาขวนขวาย
 
แล้วเอาเวลานั้น กลับไปทะนุถนอมมันให้ดี ในขณะที่ยัง .มี. อยู่
 
.
 
.
 
.
 
อาจไม่ใช่เพียงความรัก เรื่องต่างๆ ในชีวิตอีกมากมาย ที่เรา มี
 
แต่พอดีว่าลืมไป...
 
อย่างชีวิตนี้เอง ก็ "มีชีวิต" อยู่
 
อยากให้ดูแลสิ่งที่ มี นี้ให้ดี
 
เพราะอย่างไรก็ดี อาจจะไม่ใช่วันนี้ พรุ่งนี้
 
คงมีสักวันที่ทุกสิ่งนั้น จะ "ไม่มี" 
 
...ชีวิตนี้ก็เช่นกัน