: ดอกชบาบ้านอาจารย์ (ถ่ายเอง ^^) :
posted on 15 May 2008 23:40 by pingjian-z in All-Shots.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
8-10 พฤษภาคม 2551 ( ลากยาวถึง 11 พฤษภาคม 2551)
: กำหนดการกิจกรรมค่าย :
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2551
16.00 - รายงานตัวที่โถงแก้วหน้าคณะ (กว่าจะได้ลงชื่อก็เกือบ 5 โมง... พี่ๆ ติดเรียน)
17.30 - พิธีเปิดค่าย (รองคณะบดีฯ มา - เป็นคนที่สัมภาษณ์ไอ้เจ้าของบล็อกด้วย)
แล้วก็เปิดพรีวิวแนะนำมหาลัย กับแนะนำคณะ โคตรชอบของคณะอ่ะ >< แนวดี
19.30 - กินข้าว & เปลี่ยนเสื้อผ้า (ก่ะว่าจะได้อาบน้ำก็ไม่ได้อาบ ToT เน่า...)
20.30 - กิจกรรมฐาน ตามหาชิ้นส่วนตราคณะ ทาซอฟเฟลกันคลุ้ง แบ่งเป็นบ้าน 8 บ้าน (13-14 คน)
เข้าฐานแล้วอย่างงงอ่ะ - -" เหนื่อยนะ แต่สนุกอ่ะ ฮาดี...
พี่ๆ โคตรลงทุนอ่ะ (หรือไม่พี่แกก็อยากทำอยู่แล้ว เหอๆ)
ปล. ถึงพี่ที่อยู่ร้านขายของ ที่เป็นเจ้าของหนังสือเล่มหนาๆ ที่เป็นกระดาษมันทั้งเล่ม ที่พี่บอกว่ามันแพงอ่ะ
ขอโทษค่ะที่ไปทำหนังสือของพี่ยับ... ขอโทษจริงๆ ค่ะ >/|\<
22.30 - รวมน้องเข้านอน (ความจริงกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนอ่ะ... โดยไม่ได้อาบน้ำ T0T อีกแล้วววว)
วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2551
6.30 - ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว (แต่เจ้าของบล็อกกับเพื่อนตื่นตี 5 จะได้ไม่ต้องมาแย่งห้องน้ำกับคนอื่นๆ)
7.30 - ทานอาหารเช้า ด้วนอารมณ์สลึมสลือ
8.30 - พี่ปี 3 สอนร้องเพลงค่าย แล้วปล่อยไปทำกิจกรรมฐานตอน 9 โมงนิดๆ มั้ง
12.00 - ทานอาหารกลางวัน
13.00 - หัดร้องเพลงค่ายต่อ แล้วก็เล่นเกมส์ กันหัดเพลงเชียร์ แล้วก็ดูพี่สันเต้น
(พยายามเต้นตามแล้ว แต่หลังๆ มันเต้นตามไม่ทันจริงๆ... ชอบ step เท้าคณะมากมาย)
17.30 - เลือก Mr. & Miss ของแต่ละบ้าน เพื่อส่งเข้าประกวด Mr. & Miss แรกพบ พร้อมคิดการแสดงของแต่ละบ้าน
แล้วก็กินข้าวเย็น 18.30 - นั่งรถไฟฟ้าชมรอบๆ มหาวิทยาลัย และบวงสรวงสมเด็จฯ
( ดูกี่ครัง ลานก็ยังกว้าง เด่วต้องมาถูลานแก้บน T_T กว้างจัง )
20.00 - ปล่อยเตรียมตัวอีก 20-30 นาที แล้วก็เริ่มกิจกรรม
( นสพ. M เป็น Miss แรกพบ ของบ้านเจ้าของบล็อก และ
นสพ. B เป็น Mr. แรกพบ ของบ้านเจ้าของบล็อก
นสพ. M มาจากจังหวัดเดียวกับเจ้าของบล็อกด้วย ถูกคัดเป็นหลีดคณะด้วย ว้าวๆๆ
555+ เจ้าของบล็อกมันบ้า ส่วน นสพ. B เป็นเด็กสุโขทัย )
>>>> แต่สุดท้ายบ้านอื่นก็ได้ตำแหน่งไป... Mr. แรกพบ เหมือน บี้ The Star มากมาย เต้นก็เหมือน อย่างเนียน
หลังจากเสร็จกิจกรรมตอนเกือบๆ 5 ทุ่มแล้ว ก็เปิดเทค dance กระจาย จนถึง ประมาณตี 1 (ในคณะนั่นแหละ)
พวกที่ไม่ค่อยอยากเต้นก็มานั่งตบยุงอยู่หลังห้อง (ได้ตบยุงจริงๆ นะเอ้า ยุงโคตรเยอะอ่ะ)
จากนั้นก็ปล่อยไปอาบน้ำ เก็บของ เตรียมตัวไป ค่ายแรกพบ สพท. ที่กรุงเทพฯ
เรื่องค่ายแรกพบ สพท. ไม่เล่าละกัน เซ็ง.... กางเกงเลสวยดี เสื้อก็สวยพอใช้
นึกยังไงนัดไปสันที่สวนลุมฯ จบๆ บ่นไปก็เท่านั้น
>>>> กลับถึงมอตอน 4 ทุ่ม รถที่จะกลับบ้านหมดแล้ว ไม่สามารถ... ต้องรอรถพรุ่งนี้เช้า
แต่อารมณ์แบบว่า โคตรจะอยากกลับบ้านอ่ะ... ตอนแรกว่าจะตื่นตี 5 ครึ่ง นั่งรถเที่ยว 7 โมงเช้า
กลับถึงบ้านราวๆ 10 โมง แต่สุดท้ายก็ยอมกลับกับเพื่อน โดยรอพ่อเพื่อนมารับตอน 10 โมง
แต่แบบว่า... อยากกลับบ้านนนนนนน แล้วคืนนั้น ไอ้วัชราภรณ์ก็ไม่ได้อาบน้ำ แค่เปลี่ยกางเกง กับล้างหน้า...
( แล้วพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนก็ถามกันว่า ไม่อาบน้ำหรอ พร้อมกับคะยั้ยคะยอให้อาบ
แต่วัชราภรณ์ ก็ยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่อาบค่ะ เพราะขี้เกียจ
จนทุกคนต้องยอมจำนนไปต่อความโสของเจ้าของบล็อกในครั้งนี้ )
แล้วคืนนั้น ก็นั่งฟังพี่ๆ เค้าคุยนู่น คุยนี่ให้ฟัง พี่ๆ กันเองดีจัง
ปล. พี่เดือนคณะที่ตอนนี้ขึ้นปี 2 หน้าตาคล้ายอีด๊องเลย ( Donghae - SuperJunior )
สรุปแล้ว เมื่อคืนก็นอนกันตอนเกือบๆ ตี 2 จากตอนแรกที่แยกห้องนอนชายหญิง
ก็กลายมาเป็นนอนรวมกันแทน (เหลือคนที่นอนอยู่คณะแค่ 11-12 คนเองมั้ง... ไม่รวมพี่ๆ นะ)
แล้วตอนเช้าก็ตื่นมาตอน7 โมงเช้า ล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อ แล้วก็ไปส่งเพื่อนๆ ไปขึ้นรถ
( ไม่อาบน้ำอีกแล้ว.... ก็เดี๋ยวกลับมาอาบที่บ้านนนน หวังว่าทุกท่านคงเข้าใจ??? )
ไปนั่งรถไฟฟ้ารอบมออีกครั้ง แล้วก็กลับมาเล่นคอมฯ ที่ห้องคอมฯ คณะ รอพ่อเพื่อนมารับตอน 10 โมง
บ่ายโมง 40 นาที เดินทางถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ
ปล. ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่คอยดูแลเอาใจใส่มากมาย
ขอบคุณพี่บ้านทั้ง 2 คนมากๆๆๆๆๆๆ จะบอกว่าปลื้มพี่มากมาย
ขอบคุณพี่จังหวัดทุกๆ คน สำหรับขนมค่ะ
(ยังกินไม่หมดเลย... พี่ ถุงมันมัดเหมือนถุงที่เค้าแจกผู้ประสบอุทกภัยจริงๆ นะ - -)
ขอบคุณพี่รหัสมากมายสำหรับขนม และสมุด (ถ้าใช่พี่รหัสก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ
แต่ถ้าเป็นของให้ส่งมาผิดคนก็ขอโทษด้วยค่ะ เพราะกินขนมปัง กับใช่สมุดไปแล้ว...)
ขอบคุณพี่ๆ ที่อยู่เล่านู่เล่านี้ให้ฟังมากมาย และพี่ๆ ที่อยู่ดูแล ไปส่งไอ้น้องคนนี้จนขึ้นรถกลับบ้าน
ขอบคุณ และขอโทษพี่ๆ ที่ไม่ถือโทษในความเอาแต่ใจ ขี้โวยวายของไอ้น้องคนนี้ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ
" ขอบคุณค่ะ "
ปล. 2 >>> จากวิดีทัศน์แนะนำมหาวิยาลัยของ PI
" ต่างกันตรงไหน? หมอชนบท... หมอในเมือง... หมอ... เหมือนกัน "
.
.
ชื่อว่า " Blog หนังสือพิมพ์ " ตามแบนเนอร์ข้างบนนั้นน่ะ
Q1 : ทำไมเป็น Blog หนังสือพิมพ์...? เอาไว้ประกาศข่าวสารหรอ...
A1 : ไม่เชิงแฮะ... Blog หนังสือพิมพ์ มีตัวย่อว่า Blog นสพ.
นสพ. ย่อมาจากหนังสือพิมพ์ และ นิสิตแพทย์
ซึ่งความหมายจริงที่ต้องการคือคำว่า นิสิตแพทย์ นี่แล
Q2 : งั้นทำไมไม่ใช้ชื่อว่า " Blog นิสิตแพทย์ " เลยล่ะ...?
A2 : ก็มันไม่แนวอ่ะ...
Q3 : น้ำหน้า Blog ไร้สาระๆ อย่างนี้ ไปติดแพทย์กับเค้าได้ไงน่ะ ?
A3 : น่านซิ.... งงๆ อยู่ 555+
Q4 : แล้วจะโล๊ะ Blog นี้ทิ้งเลยหรอ ?
A4 : เรื่องไร.... ไม่โล๊ะจ้าไม่โล๊ะ Blog นี้จะยังคง ไร้สาระ และซังกระบ๊วยเช่นเคย
แต่จะจัดรูปแบบใหม่ [Reforming] เพื่อแยกแยะระหว่างความมีสาระ และความไร้สาระ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
Q5 : มั่นใจป่ะเนี่ยว่า Blog ใหม่จะมีสาระ ?
A5 : มั่นใจซิ... คิดว่านะ - -" แต่ก็ยังคงความไร้สาระไว้บ้างเช่นเคย
Q6 : คิดว่าจะมีคนเข้าป่าวเนี่ย ?
A6 : ไม่รู้ดิ... แต่แค่อยากทำ Blog ที่มีประโยชน์กับคนอ่านบ้าง เท่านั้นแล
Q7 : เปิด Blog หนังสือพิมพ์ เมื่อไหร่อ่ะ ?
A7 : 14 มีนาคม 2551 จ้า ตรงกับวันเกิดพอดี ^0^
ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างหาข้อมูล และการดำเนินการสร้าง เพิ่งจะเริ่มก่อร่างสร่างตัว
ช่วยกันสนับสนุนหน่อยน้า...
.
Knowledge Tips*
เป็นคำที่ใช้เรียกผู้ที่ศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยที่แยกตัวออกมาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ก็คือ มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ มหาวิทยาลัยทักษิณ
รวมทั้ง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (ใช้คำว่า พระนิสิต)
นอกจากนี้ ยังใช้ในมหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต
โดยเมื่อก่อน ใช้คำว่า "นิสิต" สำหรับผู้ชาย และ "นิสิตา" สำหรับ ผู้หญิง
นิสิต มีความหมายว่า "ผู้อยู่อาศัย" สืบเนื่องมาจากในช่วงที่เป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับการสถาปนาเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น
ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยถือว่าอยู่นอกเมือง การคมนาคมเพื่อมาศึกษาเป็นการยากลำบาก ดังนั้น
ผู้ที่มาเรียนส่วนใหญ่จำเป็นต้องพักภายในหอพักของมหาวิทยาลัย
การเรียนวิชาแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ผู้เรียนต้องฝึกภาคปฏิบัติในห้องทดลอง
และโรงฝึกงาน จึงจะสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรซึ่งมี ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
นอกจากต้องฝึกภาคปฏิบัติดังเช่นสามคณะที่ยกตัวอย่างมาแล้ว ผู้เรียนต้องฟัง คำบรรยายของอาจารย์
หากมีข้อสงสัยจะได้ซักถามอาจารย์ หรือหากอาจารย์ต้องการซักถามเพื่อทดสอบความเข้าใจของผู้เรียน
นับเป็นกระบวนการเรียนการสอนที่สำคัญ นี่เป็นเหตุผล อีกประการสำหรับคำว่า นิสิต
ในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่า ผู้ที่มาเรียนจะไม่ได้พักในหอพักเหมือนในสมัยก่อนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังนิยมเรียกว่า
"นิสิต" สำหรับมหาวิทยาลัยดังกล่าว
.
" นักศึกษา "
เป็นศัพท์เรียกผู้ที่มาเรียนเพิ่มวุฒิ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ทำงานแล้ว เวลาเรียนไม่ต้องเข้าเลคเชอร์
จึงไม่ต้องมาพักอาศัยในมหาวิทยาลัย ต่อมามหาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งตั้งภายหลัง
ใช้คำว่านักศึกษาสำหรับทุกบุคคลที่เข้าเรียน เรียกว่าเป็นผู้ที่เข้ามาศึกษา
ทำให้เกิดคำว่านักศึกษาขึ้นอย่างกว้างขวาง เป็นนักศึกษาอาศัยตำราเรียนเป็นหลัก ไม่ต้องฟังเลคเชอร์
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่ใช้คำเรียกนิสิตมีอยู่ 4 สถาบันคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งสามมหาวิทยาลัยหลัง
ผู้เรียนสมัยก่อนต้องอาศัยอยู่ในหอพัก เพราะมหาวิทยาลัยอยู่นอกเมือง เช่นเดียวกับจุฬาฯ ในอดีต
.
>>>>>> และนี่คือที่มาว่า ทำไมถึงเป็น บล็อกหนังสือพิมพ์ เพราะว่าใช้คำว่า
นิสิตแพทย์ - นสพ. >>>> ซึ่งย่อเหมือนกับ คำว่า หนังสือพิมพ์นี่เอง ^^
.