.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

: ค่ายแรกพบ นสพ. :

posted on 11 May 2008 09:17 by pingjian-z  in NewsPaper-Life

.

8-10 พฤษภาคม 2551   ( ลากยาวถึง 11 พฤษภาคม 2551)

: กำหนดการกิจกรรมค่าย :

วันพฤหัสบดีที่ พฤษภาคม 2551

16.00   -   รายงานตัวที่โถงแก้วหน้าคณะ  (กว่าจะได้ลงชื่อก็เกือบ 5 โมง... พี่ๆ ติดเรียน)

17.30   -   พิธีเปิดค่าย  (รองคณะบดีฯ มา - เป็นคนที่สัมภาษณ์ไอ้เจ้าของบล็อกด้วย)

                 แล้วก็เปิดพรีวิวแนะนำมหาลัย กับแนะนำคณะ  โคตรชอบของคณะอ่ะ >< แนวดี

19.30   -   กินข้าว & เปลี่ยนเสื้อผ้า  (ก่ะว่าจะได้อาบน้ำก็ไม่ได้อาบ ToT เน่า...)

20.30   -   กิจกรรมฐาน ตามหาชิ้นส่วนตราคณะ ทาซอฟเฟลกันคลุ้ง  แบ่งเป็นบ้าน 8 บ้าน (13-14 คน)

                 เข้าฐานแล้วอย่างงงอ่ะ - -"   เหนื่อยนะ แต่สนุกอ่ะ  ฮาดี...

                พี่ๆ โคตรลงทุนอ่ะ (หรือไม่พี่แกก็อยากทำอยู่แล้ว เหอๆ)  

ปล. ถึงพี่ที่อยู่ร้านขายของ ที่เป็นเจ้าของหนังสือเล่มหนาๆ ที่เป็นกระดาษมันทั้งเล่ม ที่พี่บอกว่ามันแพงอ่ะ

        ขอโทษค่ะที่ไปทำหนังสือของพี่ยับ... ขอโทษจริงๆ ค่ะ >/|\<

22.30   -   รวมน้องเข้านอน (ความจริงกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนอ่ะ... โดยไม่ได้อาบน้ำ T0T  อีกแล้วววว)

วันศุกร์ที่ พฤษภาคม 2551

6.30   -   ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว  (แต่เจ้าของบล็อกกับเพื่อนตื่นตีจะได้ไม่ต้องมาแย่งห้องน้ำกับคนอื่นๆ)

7.30   -   ทานอาหารเช้า ด้วนอารมณ์สลึมสลือ

8.30   -   พี่ปี 3 สอนร้องเพลงค่าย แล้วปล่อยไปทำกิจกรรมฐานตอน 9 โมงนิดๆ มั้ง

12.00   -   ทานอาหารกลางวัน

13.00   -   หัดร้องเพลงค่ายต่อ  แล้วก็เล่นเกมส์ กันหัดเพลงเชียร์ แล้วก็ดูพี่สันเต้น

                (พยายามเต้นตามแล้ว แต่หลังๆ มันเต้นตามไม่ทันจริงๆ...  ชอบ step เท้าคณะมากมาย)

17.30   -   เลือก  Mr. & Miss  ของแต่ละบ้าน เพื่อส่งเข้าประกวด  Mr. & Miss  แรกพบ พร้อมคิดการแสดงของแต่ละบ้าน

                 แล้วก็กินข้าวเย็น 18.30   -   นั่งรถไฟฟ้าชมรอบๆ มหาวิทยาลัย  และบวงสรวงสมเด็จฯ

                ( ดูกี่ครัง ลานก็ยังกว้าง เด่วต้องมาถูลานแก้บน T_T  กว้างจัง )

20.00   -   ปล่อยเตรียมตัวอีก 20-30  นาที  แล้วก็เริ่มกิจกรรม 

                ( นสพ. M เป็น Miss แรกพบ ของบ้านเจ้าของบล็อก และ

                  นสพ.เป็น Mr. แรกพบ  ของบ้านเจ้าของบล็อก

                  นสพ. M มาจากจังหวัดเดียวกับเจ้าของบล็อกด้วย ถูกคัดเป็นหลีดคณะด้วย ว้าวๆๆ

                 555+ เจ้าของบล็อกมันบ้า  ส่วน นสพ. เป็นเด็กสุโขทัย )                  

>>>>  แต่สุดท้ายบ้านอื่นก็ได้ตำแหน่งไป...  Mr. แรกพบ เหมือน บี้ The Star มากมาย เต้นก็เหมือน อย่างเนียน

หลังจากเสร็จกิจกรรมตอนเกือบๆ 5 ทุ่มแล้ว ก็เปิดเทค  dance กระจาย จนถึง ประมาณตี 1 (ในคณะนั่นแหละ)

พวกที่ไม่ค่อยอยากเต้นก็มานั่งตบยุงอยู่หลังห้อง (ได้ตบยุงจริงๆ นะเอ้า ยุงโคตรเยอะอ่ะ)

จากนั้นก็ปล่อยไปอาบน้ำ เก็บของ เตรียมตัวไป ค่ายแรกพบ สพท. ที่กรุงเทพฯ

เรื่องค่ายแรกพบ สพท. ไม่เล่าละกัน เซ็ง.... กางเกงเลสวยดี  เสื้อก็สวยพอใช้ 

นึกยังไงนัดไปสันที่สวนลุมฯ  จบๆ บ่นไปก็เท่านั้น

>>>>  กลับถึงมอตอน 4 ทุ่ม  รถที่จะกลับบ้านหมดแล้ว ไม่สามารถ... ต้องรอรถพรุ่งนี้เช้า

แต่อารมณ์แบบว่า โคตรจะอยากกลับบ้านอ่ะ... ตอนแรกว่าจะตื่นตี 5 ครึ่ง  นั่งรถเที่ยว 7 โมงเช้า

กลับถึงบ้านราวๆ 10 โมง แต่สุดท้ายก็ยอมกลับกับเพื่อน โดยรอพ่อเพื่อนมารับตอน 10 โมง

แต่แบบว่า... อยากกลับบ้านนนนนนน แล้วคืนนั้น ไอ้วัชราภรณ์ก็ไม่ได้อาบน้ำ แค่เปลี่ยกางเกง กับล้างหน้า...

( แล้วพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนก็ถามกันว่า ไม่อาบน้ำหรอ พร้อมกับคะยั้ยคะยอให้อาบ

แต่วัชราภรณ์ ก็ยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่อาบค่ะ เพราะขี้เกียจ 

จนทุกคนต้องยอมจำนนไปต่อความโสของเจ้าของบล็อกในครั้งนี้ )

แล้วคืนนั้น ก็นั่งฟังพี่ๆ เค้าคุยนู่น คุยนี่ให้ฟัง  พี่ๆ กันเองดีจัง

ปล.  พี่เดือนคณะที่ตอนนี้ขึ้นปี 2 หน้าตาคล้ายอีด๊องเลย  ( Donghae - SuperJunior )

สรุปแล้ว เมื่อคืนก็นอนกันตอนเกือบๆ ตี จากตอนแรกที่แยกห้องนอนชายหญิง

ก็กลายมาเป็นนอนรวมกันแทน (เหลือคนที่นอนอยู่คณะแค่ 11-12 คนเองมั้ง... ไม่รวมพี่ๆ นะ)

แล้วตอนเช้าก็ตื่นมาตอน7 โมงเช้า ล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อ แล้วก็ไปส่งเพื่อนๆ ไปขึ้นรถ

( ไม่อาบน้ำอีกแล้ว.... ก็เดี๋ยวกลับมาอาบที่บ้านนนน หวังว่าทุกท่านคงเข้าใจ??? )

ไปนั่งรถไฟฟ้ารอบมออีกครั้ง แล้วก็กลับมาเล่นคอมฯ ที่ห้องคอมฯ คณะ รอพ่อเพื่อนมารับตอน 10 โมง

บ่ายโมง 40 นาที  เดินทางถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ

ปล.  ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่คอยดูแลเอาใจใส่มากมาย

        ขอบคุณพี่บ้านทั้ง 2 คนมากๆๆๆๆๆๆ จะบอกว่าปลื้มพี่มากมาย

        ขอบคุณพี่จังหวัดทุกๆ คน สำหรับขนมค่ะ

        (ยังกินไม่หมดเลย... พี่ ถุงมันมัดเหมือนถุงที่เค้าแจกผู้ประสบอุทกภัยจริงๆ นะ - -)

        ขอบคุณพี่รหัสมากมายสำหรับขนม และสมุด (ถ้าใช่พี่รหัสก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ

        แต่ถ้าเป็นของให้ส่งมาผิดคนก็ขอโทษด้วยค่ะ เพราะกินขนมปัง กับใช่สมุดไปแล้ว...)

        ขอบคุณพี่ๆ ที่อยู่เล่านู่เล่านี้ให้ฟังมากมาย และพี่ๆ ที่อยู่ดูแล ไปส่งไอ้น้องคนนี้จนขึ้นรถกลับบ้าน

        ขอบคุณ และขอโทษพี่ๆ ที่ไม่ถือโทษในความเอาแต่ใจ ขี้โวยวายของไอ้น้องคนนี้  ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ

       " ขอบคุณค่ะ "

ปล. 2 >>>  จากวิดีทัศน์แนะนำมหาวิยาลัยของ PI

                                "  ต่างกันตรงไหน?   หมอชนบท... หมอในเมือง...   หมอ... เหมือนกัน  "

.

BloG* หนังสือพิมพ์ [First Published]

posted on 14 Mar 2008 19:27 by pingjian-z

.

ชื่อว่า " Blog หนังสือพิมพ์ " ตามแบนเนอร์ข้างบนนั้นน่ะ

Q1 :  ทำไมเป็น Blog หนังสือพิมพ์...?   เอาไว้ประกาศข่าวสารหรอ...

A1 :  ไม่เชิงแฮะ...  Blog หนังสือพิมพ์ มีตัวย่อว่า Blog นสพ.

          นสพ. ย่อมาจากหนังสือพิมพ์ และ นิสิตแพทย์

          ซึ่งความหมายจริงที่ต้องการคือคำว่า นิสิตแพทย์ นี่แล

Q2 :  งั้นทำไมไม่ใช้ชื่อว่า " Blog นิสิตแพทย์ " เลยล่ะ...?

A2 :  ก็มันไม่แนวอ่ะ...

Q3 :  น้ำหน้า Blog ไร้สาระๆ อย่างนี้ ไปติดแพทย์กับเค้าได้ไงน่ะ ?

A3 :  น่านซิ.... งงๆ อยู่ 555+

Q4 :  แล้วจะโล๊ะ Blog นี้ทิ้งเลยหรอ ?

A4 :  เรื่องไร....  ไม่โล๊ะจ้าไม่โล๊ะ Blog นี้จะยังคง ไร้สาระ และซังกระบ๊วยเช่นเคย

         แต่จะจัดรูปแบบใหม่  [Reforming] เพื่อแยกแยะระหว่างความมีสาระ และความไร้สาระ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Q5 :  มั่นใจป่ะเนี่ยว่า Blog ใหม่จะมีสาระ ?

A5 :  มั่นใจซิ... คิดว่านะ - -"  แต่ก็ยังคงความไร้สาระไว้บ้างเช่นเคย

Q6 :  คิดว่าจะมีคนเข้าป่าวเนี่ย ?

A6 :  ไม่รู้ดิ... แต่แค่อยากทำ Blog ที่มีประโยชน์กับคนอ่านบ้าง เท่านั้นแล

Q7 :  เปิด Blog หนังสือพิมพ์ เมื่อไหร่อ่ะ ?

A7 :  14 มีนาคม 2551 จ้า ตรงกับวันเกิดพอดี ^0^

ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างหาข้อมูล และการดำเนินการสร้าง เพิ่งจะเริ่มก่อร่างสร่างตัว

ช่วยกันสนับสนุนหน่อยน้า...

.

     Knowledge Tips*  

" นิสิต "

            เป็นคำที่ใช้เรียกผู้ที่ศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยที่แยกตัวออกมาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ก็คือ มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ มหาวิทยาลัยทักษิณ

รวมทั้ง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (ใช้คำว่า พระนิสิต)

นอกจากนี้ ยังใช้ในมหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

             โดยเมื่อก่อน ใช้คำว่า "นิสิต" สำหรับผู้ชาย และ "นิสิตา" สำหรับ ผู้หญิง

นิสิต มีความหมายว่า "ผู้อยู่อาศัย" สืบเนื่องมาจากในช่วงที่เป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับการสถาปนาเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น

ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยถือว่าอยู่นอกเมือง การคมนาคมเพื่อมาศึกษาเป็นการยากลำบาก  ดังนั้น

ผู้ที่มาเรียนส่วนใหญ่จำเป็นต้องพักภายในหอพักของมหาวิทยาลัย

            การเรียนวิชาแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ผู้เรียนต้องฝึกภาคปฏิบัติในห้องทดลอง

และโรงฝึกงาน จึงจะสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรซึ่งมี ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

อกจากต้องฝึกภาคปฏิบัติดังเช่นสามคณะที่ยกตัวอย่างมาแล้ว ผู้เรียนต้องฟัง คำบรรยายของอาจารย์

หากมีข้อสงสัยจะได้ซักถามอาจารย์ หรือหากอาจารย์ต้องการซักถามเพื่อทดสอบความเข้าใจของผู้เรียน

นับเป็นกระบวนการเรียนการสอนที่สำคัญ นี่เป็นเหตุผล อีกประการสำหรับคำว่า นิสิต

             ในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่า ผู้ที่มาเรียนจะไม่ได้พักในหอพักเหมือนในสมัยก่อนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังนิยมเรียกว่า

"นิสิต" สำหรับมหาวิทยาลัยดังกล่าว

.

" นักศึกษา " 

             เป็นศัพท์เรียกผู้ที่มาเรียนเพิ่มวุฒิ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ทำงานแล้ว เวลาเรียนไม่ต้องเข้าเลคเชอร์

จึงไม่ต้องมาพักอาศัยในมหาวิทยาลัย ต่อมามหาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งตั้งภายหลัง

ใช้คำว่านักศึกษาสำหรับทุกบุคคลที่เข้าเรียน เรียกว่าเป็นผู้ที่เข้ามาศึกษา

ทำให้เกิดคำว่านักศึกษาขึ้นอย่างกว้างขวาง เป็นนักศึกษาอาศัยตำราเรียนเป็นหลัก ไม่ต้องฟังเลคเชอร์

             ปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่ใช้คำเรียกนิสิตมีอยู่ 4 สถาบันคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งสามมหาวิทยาลัยหลัง

ผู้เรียนสมัยก่อนต้องอาศัยอยู่ในหอพัก เพราะมหาวิทยาลัยอยู่นอกเมือง เช่นเดียวกับจุฬาฯ ในอดีต

.

>>>>>> และนี่คือที่มาว่า  ทำไมถึงเป็น บล็อกหนังสือพิมพ์ เพราะว่าใช้คำว่า

นิสิตแพทย์  -  นสพ.  >>>>  ซึ่งย่อเหมือนกับ คำว่า  หนังสือพิมพ์นี่เอง  ^^

.